3 คำถามสำคัญ ที่ผู้เลี้ยงนกพิราบแข่งทุกคนต้องรู้
3 คำถามสำคัญ ที่ผู้เลี้ยงนกพิราบแข่งทุกคนต้องรู้

สวัสดีครับ
โลก Social สมัยนี้ ทำให้คนเราเข้าถึงข่าวสารต่างๆมากมายได้รวดเร็ว
ก็มีคนที่อยากจะสื่อสิ่งที่เขาอยากจะสื่อถึงคนทั่วไปสนใจ ได้อ่าน ได้เรียนรู้กัน แต่
ที่สุดแล้วเราก็หนีความจริงไม่ได้ว่า มันมีเยอะมาก และ อันที่น่าสนใจก็มี และ
บางอันก็ไม่น่าสนใจก็มี ก็แล้วแต่เราที่ต้องเลือกเสพสื่อกันครับ
วันก่อนได้อ่าน และ เจอภาพนี้ เห็นภาพแล้วก็น่าสนใจดี แต่ภาพมันมีข้อความสั้นๆ และ
ถ้าจะให้เข้าใจกัน มันต้องการการขยายความ ก็เลยเป็นที่มาของบทความนี้ครับ
" 3 คำถามสำคัญที่คนรัก และ เลี้ยงนกพิราบแข่งทุกคน ต้องตอบให้ได้ "
การเลี้ยงนกพิราบแข่งไม่ได้เป็นเพียงแค่ การให้อาหาร และ ปล่อยให้นกบิน แต่มันคือ
" ศาสตร์ และ ศิลป์ "
ที่ต้องอาศัยการสังเกต ความเชี่ยวชาญ และความเอาใจใส่ในทุกๆ รายละเอียด
ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เลี้ยงระดับแชมป์ หรือ เพิ่งเริ่มต้นก้าวเข้าสู่วงการ
คนเลี้ยงนกทุกคน เชื่อว่ามีคำถามที่ถามตัวเองว่า
ทำอย่างไรนกเราถึงเก่ง... ถึงแชมป์ได้?
มันเป็นคำถามที่ดี แต่มันไม่ง่ายเลยครับ... มันไม่ใช่แค่นก แต่ ตัวคนเราที่เลี้ยงนกเองสำคัญมากๆครับ

รากฐานของมันควรมาจาก 3 หัวข้อหลักๆสำคัญที่เป็นจุดเริ่ม จุดตั้งต้น ของคำถามที่ถามตัวเรา
และ ที่สุดเราควรมีคำตอบที่ดี และ มีแนวทางปฏิบัติที่ดีเช่นกัน
3 หัวข้อที่เป็นคำถาม ที่เปรียบเสมือนเสาเข็มของความสำเร็จในการเลี้ยงนกพิราบแข่ง
ซึ่งทุกคนควรรู้ และ เข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ ว่าเรื่องนี้เราเจาะไปที่คนรัก และ เลี้ยงนกพิราบแข่ง
กับ พื้นฐานที่สำคัญของเขาที่ต้องมี
เราไม่ได้มองข้ามเรื่องอื่นๆ นะครับ เช่น นกพันธุ์ที่ดี กรงนกที่ออกแบบสร้างมาอย่างดี
ทำเลที่ตั้งของกรงนั้นสุดยอด ลมส่ง ทางนกบินเข้าได้ดี ได้เปรียบในเรื่องต่อระยะทางอากาศ
ซึ่งเรื่องพวกนี้เรารู้กันดี และ ก็เป็นเรื่องที่เห็นๆกันอยู่ เพราะ การแข่งนกในบ้านเรา
เป็นการแข่ง Open แบบเปิด ที่เปิดกว้างมากๆ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ได้เห็นวิวัฒนาการ
ของการย้ายกรงนกกันมาตลอดครับ
3 เรื่องสำคัญเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้เลี้ยงมืออาชีพ
1. สูตรอาหารประจำตัวในช่วงฤดูกาลแข่ง (Feed Formula)
" What's your go-to feed formula during race season and why?"
อาหาร คือ น้ำมันเชื้อเพลิงของนกพิราบแข่ง ในช่วงฤดูกาลแข่งขัน นกต้องใช้พลังงานสูงมาก
การเลือกผสมสูตรอาหารจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยต้องคำนึงถึง 4 ปัจจัยหลัก:
Energy (พลังงาน):
อาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตและไขมันดี (เช่น ข้าวโพด เมล็ดทานตะวัน ถั่วชนิดต่างๆ)
เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานในการบิน

Immunity (ภูมิคุ้มกัน):
สารอาหาร และ วิตามินนอกเหนือจากอาหารปรกติที่ช่วยให้นกสมบูรณ์ แข็งแกร่ง ไม่ป่วยง่าย
โดยเฉพาะ นกทางไกลที่ผ่านสมาภูมิการแข่งขัน อุปสรรคมามากมาย
โดยเฉพาะช่วงที่อากาศไม่ดี และ เมื่อต้องออกไปเจอสภาพอากาศที่แปรปรวน


Stamina (ความอดทน):
อาหารที่ช่วยรักษาปริมาณกล้ามเนื้อ ไม่ให้นกล้าเหนื่อยรวดเร็วเกินไป
คนเลี้ยงนกต้องศึกษา คิดให้ละเอียด ใครเข้าใจได้ชัยชนะย่อมไม่ห่างจากตัว
ลองคลิกที่ภาพด้านล่าง เพื่อกลับไปอ่านที่ผมเคยเขียนเรื่องนี้ดูครับ

Performance (ประสิทธิภาพ):
การปรับสูตรอาหารให้เหมาะสมกับระยะทาง เช่น
หากบินระยะไกล อาจต้องเพิ่มไขมันสูงขึ้นก่อนวันปล่อยตัว
ในช่วงต้นสัปดาห์หลังกลับจากการแข่ง ผู้เลี้ยงอาจให้อาหารเบาๆ ย่อยง่าย (Purify Feed)
เพื่อฟื้นฟูร่างกาย แล้วค่อยๆ เพิ่มธัญพืชพลังงานสูง และ
ไขมันดีในช่วง 2-3 วันสุดท้ายก่อนการแข่งขันนัดถัดไป
คุณหาเจอสูตรอาหารที่ใช่สำหรับคุณหรือยัง? กรงแชมป์เขามีมานานละนะ

2. ระยะทางที่เหมาะสม และ นกทำผลงานได้ดีที่สุด (Sweet Spot Distance)
" At what distance do your pigeons perform at their best? "
จุดนี้สำคัญมากๆครับ เพราะ รากฐานมาจากนกพันธุ์ที่คุณหามาเข้ากรง มันสอดคล้องกับวิธีการเลี้ยง
เหมาะกับทำเลที่ตั้ง คุณต้องรู้จักนกพันธุ์ที่คุณหามาดีๆว่า แท้จริงแล้วมันเคยสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม
ไว้ขนาดไหน ตระกูลมันเด่นมากๆตรงนี้ใช่ไหม? นกเด่นและดีตรงไหน วางระบบทุกอย่างไว้ตรงนั้นเป็นที่ตั้ง
โดยเฉพาะถ้าทำเลที่ตั้งของกรงของเรา ถ้าระยะไหนใช่ ได้เปรียบ ไม่เสียเปรียบ ต้องทำให้ได้ครับ
นกนกพิราบแต่ละตัว และ แต่ละสายพันธุ์ มันมีความเชี่ยวชาญด้านระยะทางที่ไม่เหมือนกันนะครับ
เหมือนกับนักกรีฑาที่มีทั้งนักวิ่งลมกรด และ นักวิ่งมาราธอน

Leo Heremans
โดยทั่วไปจะแบ่งระยะทางออกเป็น 4 ระดับ:
ก่อนที่จะไปถึงการแบ่งนกออกเป็นระยะทาง สิ่งหนึ่งที่คนเลี้ยงนกทั่วไปมักจะผิดพลาด
รวมถึงผมด้วยก็งมงายอยู่หลายปี คือ นกเราต้องรู้จักนกตัวที่เรามา "ทำพันธุ์" ให้จริงว่านกตัวนี้
เก่งจริงตรงไหน ระยะไหน อากาศอย่างไร ใครเป็นเจ้าของ เขาเลี้ยงอย่างไร และ
ในชัยชนะมีแต้มต่ออะไรหรือเปล่า เช่น กรงอยู่ไหนทำเลที่ได้เปรียบมากไหม
บวกกับลมประจำท้องถิ่นเข้า ขนาดไหน อากาศวันที่แข่งเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดี
ตรงจุดเหล่านี้ เราต้องให้ความสำคัญมากๆ เราจะมาทำการวิเคราะห์นก หาที่เราจะมาทำพันธุ์
อย่าหลงมัวเมาไปกับชื่อสายพันธุ์ กับ ชื่อกรงคนเลี้ยง มากไปกว่าผลงานของนกนะครับ
Sprint (ระยะสั้น ~100 - 200 KM):
เป็นนกต้องมีความเร็วสูง พุ่งตัวไว ตัดสินใจดีมาก และ ฉลาดแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที
สายเลือด กับ เทคนิค บวกกับการเลี้ยงดู และ ทำเลที่ตั้งกรงมีส่วนนำความสำเร็จมาได้ง่ายขึ้น

Middle Distance (ระยะกลาง ~ 200 - 450 KM):
เป็นนกที่ต้องผสมผสานระหว่างความเร็ว ความฉลาด และ ความอดทน
สายเลือด กับ เทคนิค บวกกับการเลี้ยงดู และ ทำเลที่ตั้งกรงมีส่วนนำความสำเร็จมาได้ง่ายขึ้น
นกที่เก่งมากๆระยะนี้ อย่างเช่นเจ้า DOUBLE FIRST เก่งมากๆครับ
ตัวเดียวชนะที่ 1 ถึง 2 ครั้ง และ ยังมีที่ 7 จุดพิชัย ของพี่โชคชัย พูนพล
สายพันธุ์ : พี่สุราษฎร์ x FRANCIS LOFT (Francis Xavier)
ผมนำมาให้ชมเป็นตัวอย่างครับ
ลองคลิกที่ภาพเจ้า DOUBLE FIRST ด้านล่างเพื่ออ่านเรื่องราวของนกตัวนี้ได้ครับ
.jpg)
Long Distance (ระยะไกล ~ 450 - 750 KM):
เป็นนกที่ต้องมีความฉลาด มีความอึด อดทนสูง มีสปีดที่คงที่ดี ทิศทางการบิน การจดจำที่แม่นยำ
ไม่หลงทางง่าย มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกาย และ จิตใจ เป็นนกที่ปรับตัวเข้ากับสถานะการณ์รอบด้านได้ดี
และ ที่สำคัญเป็นนกที่มีการฟื้นตัวหลังจากการบิน การซ้อม โดยเฉพาะการแข่งขันได้ดี
สายพันธุ์เป็นจุดสำคัญที่จะชี้ความเป็นแชมป์ถ้านกได้รับการดูแลที่ดี
นกประเภทนี้จะเป็นนกที่นิยมที่สุดในบ้านเรา เพราะระยะทางไกล ห่วงไกล กุ๊เยอะ ถ้วยใหญ่จนถึง
ระดับพระราชทานมี
.jpg)

.jpg)

Marathon (ระยะมาราธอน 700+ KM):
การแข่งขันระยะทางนี้ก็เป็นแบบที่เมืองนอกนิยมกันมานาน แต่เป็นระยะทางที่ไกลกว่าการแข่งขันที่บ้านเรา
นกก็จะมีสายพันธุ์ที่ค่อนข้างเฉพาะ เป็นนกที่จิตใจแข็งแกร่ง อดทนสุดขีด สามารถบินสู้ลม และ
สภาพอากาศเลวร้ายได้ตลอดทั้งวัน ส่วนใหญ่นกแก่มากกว่า 3 ปีจะเป็นที่นิยมกัน เหมือนกับเป็นนกโตช้า
แต่ก็ไม่เชิงเช่นนั้นเพราะพวกเขาจะเลี้ยงนกเพื่อให้โตเต็มวัยจริงๆ พร้อมจริงๆ จึงจะเข้าแข่ง ไม่เร่งไม่รีบ

สมาชิกใหม่ควรสังเกตนกในกรงของตัวเองว่า นกตัวไหนบินทำเวลาได้ดีในระยะสั้น หรือ
นกตัวไหนที่ระยะทางยิ่งไกลยิ่งบินนิ่ง และ ไม่เคยหลง การค้นหา "ระยะจุดขาย (Sweet Spot)" ของนก จะช่วยให้เราส่งนกเข้าแข่งได้ถูกประเภทและมีโอกาสชนะสูงขึ้น
*** ALL ROUND ***
สำหรับผม ผมขอเพิ่มให้อีกหมวดครับ คือ All Round ตลอดสาย 100 - 750 กม.
ซึ่งก็เหมาะกับการแข่งขันแบบบ้านเราคือเป็นแบบ One Day วันเดียวจบ ไม่มีแบบ
Marathon ซึ่งเป็นการแข่งแบบมีโอกาสบินกันข้ามวันสูง
นกประเภทนี้ บินได้ดีในทุกระยะ ก็อยู่ที่การเลี้ยงดูแลที่ดีมาก และ เน้นระยะตรงไหนได้ด้วย
ซึ่งนกประเภทนี้นกพันธุ์ที่เราเลือกสำคัญมาก ต้องแน่จริง
วันนี้ผมเลือก Ace Lisa นกที่เก่งมากๆของพี่โชคชัย
นกถ้วยพระราชทาน นกยอดเยี่ยม
สายเลือด Francis Loft เต็มๆ ครับ (Francis Xavier x Francis)
ลองคลิกที่ภาพของ Ace Lisa ด้านล่างเพื่ออ่านเรื่องราวของเธอครับ

3. สิ่งที่คุณ "ไม่มีวันยอมอลุ่มอล่วย" ในกรงนก (Top Priority / No Compromise)
" What's the one thing you NEVER compromise on in your loft? "
หัวใจของการจัดการกรงนก (Loft Management) มีองค์ประกอบรอบด้าน เช่น
สุขภาพ, ความสะอาด, ระบบระบายอากาศ, โภชนาการ, การฝึกซ้อม และสายพันธุ์
แต่ผู้เลี้ยงทุกคนมักจะมี "กฎเหล็กอันดับ 1" ที่เคร่งครัดที่สุดเสมอ และ
กฎข้อนี้ของตัวคุณคืออะไร?
.jpg)
ตัวอย่าง เช่น :
เรื่องความสะอาด และ การระบายอากาศ:
ผู้เลี้ยงระดับแชมป์หลายคนถือว่า
“ กรงที่สะอาด ระบายอากาศได้ดี คือ จุดเริ่มต้นของชัยชนะ ”
เพราะถ้าหากกรงชื้น มีฝุ่น หรือ ระบายอากาศไม่ดี นกจะติดเชื้อทางเดินหายใจ
ซึ่งส่งผลเสียร้ายแรงต่อการบินทันที

เรื่องสายพันธุ์ และ สุขภาพ:
ไม่ว่านกจะสายพันธุ์ดีแค่ไหน แต่ถ้าสุขภาพไม่สมบูรณ์ 100% จะไม่ถูกปล่อยออกไปแข่งเด็ดขาด
การเป็นผู้เลี้ยงนกพิราบแข่งที่ดี ไม่ได้วัดกันที่ " แพ้ หรือ ชนะ " ในวันนี้
แต่วัดกันที่ การเรียนรู้ การพัฒนา และ การปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
มันไม่มีคำตอบที่ "ถูก" หรือ "ผิด" ตายตัว เพราะแต่ละพื้นที่ แต่ละสภาพอากาศ และ
นกแต่ละตัว ต้องการการดูแลที่ไม่เหมือนกัน
สิ่งสำคัญ คือ การนำประสบการณ์จริงมาแลกเปลี่ยน และ ปรับใช้ให้เหมาะกับกรงของเราเอง
" นกพิราบไม่ได้ชนะเพราะโชคช่วย แต่ ชนะเพราะความใส่ใจในทุกรายละเอียดของผู้เลี้ยง..."
" กรงที่สะอาดคือกรงแห่งชัยชนะ นกที่แข็งแรงคือผู้ชนะ และ
รายละเอียดเล็กๆ คือสิ่งที่สร้าง...แชมเปี้ยน! "
ในหัวข้อที่ 3 ผมชอบ และ ก็ให้ความสำคัญมากๆ แต่ เราต้องเข้าใจให้ดีว่า
มันตึงเกินไปก็ไม่ได้... หย่อนยานก็ไม่ได้ แต่ คุณต้อง "เข้าใจนก" ให้ดี
อะไรคือสิ่งที่คุณไม่มีวันยอมหย่อนยาน... แต่ต้องรับมือด้วยความเข้าใจ?
นกพิราบเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีชีวิตจิตใจ มีความเหนื่อยล้า และ เจออุบัติเหตุได้ตลอดเวลา
การเป็นผู้เลี้ยงที่ดีต้องมีวินัยในการดูแล และ สังเกตอากัปกิริยาของนกอยู่เสมอ เช่น
1. วินัยเรื่อง " เวลา และ อาหารที่ดี " มีความรู้ และ ต้องวางแผนอย่างมีศิลปะ
เรื่องของอาหารที่ดี และ เวลาเป็นสิ่งที่หย่อนยานไม่ได้
ต้องมาพร้อมกับความรู้ ความเข้าใจสถานการณ์ และ ปรับตามสถานการณ์
.jpg)
2. ความสะอาด และ ระบบระบายอากาศ: สิ่งที่ไม่เคยมีคำว่า "อนุโลม"
สิ่งเดียวที่เราหย่อนยานไม่ได้เลยเด็ดขาด คือ ความสะอาดของกรง และ อากาศที่ระบายได้ดี
นกพิราบที่มีระบบทางเดินหายใจไม่สมบูรณ์ 100% จะไม่มีวันบินได้ดี ต่อให้สายพันธุ์ดีแค่ไหนก็ตาม
ความสะอาดจึงเป็นเรื่องเดียวที่เรา "ห้ามเกียจคร้าน" เด่นชัดที่สุด

3. ศิลปะแห่งการสังเกต:
" เปิดตา เปิดใจ " ดูอากัปกิริยาของนกให้ดี ทำให้สม่ำเสมอ
หัวใจที่สำคัญที่สุด คือ การเฝ้าสังเกต (Observation) นกทุกตัว

ผู้เลี้ยงที่ยึดติดตารางเป๊ะเกินไป:
จับนกเข้ากรงตามปกติ ให้อาหารไม่ดีพอ ไม่เป็น ให้เมล็ดพืชแข็งๆ
บังคับให้ออกไปบินซ้อมต่อในวันรุ่งขึ้น ในวันที่นกสภาพร่างกายไม่พร้อม
ผลลัพธ์คือ นกจะติดเชื้อ แผลอักเสบ และ สภาพร่างกายโทรม
ไม่ฟื้นตัว บินไปเกาะตึก และ เลยเถิดไปจนถึงกลัวการบินจนเสียสติไปเลย

ผู้เลี้ยงที่ช่างสังเกตและมีวินัยที่ถูกต้อง:
สังเกตเห็นความผิดปกติทันทีที่นกถึงกรง ร่างกายอ่อนแอ โทรม ถ้าบาดเจ็บทำแผลเบาๆ
แยกใส่นกไว้ในมุมมืดสงบ ให้น้ำผสม electrolytes
และ อาหารเบาที่ย่อยง่าย ให้นกได้พักผ่อนเต็มที่จนกว่านกจะกลับมาคึกคัก และ
เมื่อตาเป็นประกายอีกครั้ง จึงค่อยเริ่มฝึกใหม่
" วินัยการเลี้ยงไม่ได้มีไว้เพื่อบังคับนก...
แต่มีไว้เพื่อให้ผู้เลี้ยงใส่ใจนกในทุกๆ วินาที "
การเป็นแชมป์ ไม่ได้วัดกันที่ว่าเรามีสายพันธุ์ดีแค่ไหน ...
แต่วัดกันที่ว่า ในวันที่นกอ่อนแอ และ เจ็บปวดที่สุด เราจะสังเกตเห็นมันเร็วแค่ไหน และ
ดูแลรักษาเขาได้ดีเพียงใด
นั่นคือหัวใจที่แท้จริงของการเป็น นักเลี้ยงนกมืออาชีพครับ!

สุดท้ายก่อนจาก การเลี้ยงนกมันมีรายละเอียดมากมาย หลากหลายมิติ
ใครเห็นภาพ และ เก็บรายละเอียดต่างๆได้ดี.... ชัยชนะรอคุณอยู่ครับ
บทความดีๆ มีให้อ่านกันมากมายที่ www.francisloft.com
......................................................................................................................................................



viratsopinpornraksa@gmail.com
Tel. 081-731-7625

