ืทำไมนกแข่งบางตัวฟิต TOP FORM แค่ครั้งเดียว?
สวัสดีครับ
วันนี้ก็มีเรื่องที่อยากเขียน ก็มาจากที่ Facebook ผม ภาพนี้มันโพสขึ้นมา และ ถามคนอ่านว่า
Why some pigeons peak only once?
ทำไมนกแข่งบางตัว ฟอร์มขึ้นแบบที่เรามักเรียกกันว่า ‘ฟิต’ หรือ 'ท็อปฟอร์ม' แค่ครั้งเดียว?
ก็เป็นคำถามแบบเปิด ให้เราคิดกันเอาเอง ไม่มีคำอธิบายอะไร ก็สุดแล้วแต่ใครคิดอะไรได้
และ หาคำตอบของตัวเองได้ขนาดไหน?

ก่อนที่จะอ่านกันต่อไป ผมอยากให้ท่านหยุดคิด และ ลองหาคำตอบของตัวท่านเอง ว่ามันทำไม?
แล้วค่อยมาลองเปรียบเทียบกับบทความด้านล่างกันต่อไป
บทความนี้คิดว่าดีสำหรับนักเลี้ยงนกใหม่ และ ผู้ที่สนใจทั่วไปครับ
ทำไมนกพิราบตัวเดิม ถึงบินเร็วไม่เท่ากันในแต่ละการแข่งขัน?
มาเข้าเรื่องกันต่อครับ คุณเคยสงสัยไหมว่า... ทำไมนกแข่งตัวเก่งที่คุณมั่นใจนักหนา
บางสัปดาห์ถึงบินกลับกรงเหมือนติดเทอร์โบ ได้ถ้วย หรือ เข้าอันดับต้นๆได้ดี
แต่ บางสัปดาห์กลับบินเอื่อยๆ เหมือนนกหลงทาง?
คำตอบ ไม่ใช่เรื่องของ "ดวง" แต่มันคือสิ่งที่เรียกว่า
"Peak Condition" หรือ “จุดสูงสุดของสภาพร่างกาย และ จิตใจ”
การชนะครั้งเดียวอาจเพราะโชคช่วย แต่การชนะต่อเนื่องคือ "ของจริง"
พูดถึงเรื่องนี้ เมื่อก่อนเคยมีบทความที่น่าสนใจของนักเขียนบทความนกพิราบแข่งที่ผม
ชื่นชมงานเขียนของพี่เขามาก คือ พี่จิ๊บ อรชุน พี่เขาเคยเขียนเรื่อง “ฟอร์มนกมาเร็วไปเร็ว”
ก็สอดคล้องกับเรื่องนี้ครับ ลองหาอ่านกันดูนะครับ
พอดีช่วงนี้ผมตบแต่งบ้าน หนังสือนกก็เก็บลงกล่อง ถ้าผมเจอก็จะนำมาลงให้ครับ

ก่อนที่จะลงลึกไปที่บทความ ขอให้เราทำความเข้าใจกันก่อนว่า นกเก่งมันมีปัจจัยมากมายที่ผมเคยเขียนไว้
ในบทความก่อนหน้าหลายเรื่อง ไม่ว่าจะ DNAสายพันธุ์ การดูแล ฯลฯ
สำหรับตอนนี้เราจะเน้นคุยกันที่เรื่อง ความฟิต ความ PEAK ของนก
การสร้าง Peak Condition: เมื่อวิทยาศาสตร์พบกับศิลปะ
เรื่องที่สำคัญที่เราควรจะทราบ
สภาวะ Peak ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มันคือ
"การวางแผน และ คำนวณ" ล่วงหน้า
โดยอาศัย 3 เสาหลัก:
1) โภชนาการ (Nutrition):
จะเลี้ยงนก เราต้องเข้าใจถึงอาหารแต่ละอย่างว่ามันให้อะไรกับนก? และ ที่สำคัญคือ การวางแผนที่ดี
ปรับสัดส่วนอาหารตามช่วงของอายุนก และ พอช่วงซ้อม โดยเฉพาะช่วงแข่ง ก็ต้องปรับตามระยะทาง
ช่วงสะสมพลังงานต้องเน้นคาร์โบไฮเดรต (พวกข้าว) และ ไขมันดี (ถั่ว อาหารเสริม) เพื่อให้มีพลังงานสำรองล้นเหลือ
(ผมเคยเขียนเรื่องของอาหารนกไว้ ท่านใดสนใจก็ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ)
2) จิตวิทยาในการจูงใจ (Motivation):
นกที่บินเร็วที่สุดคือนกที่ "อยากกลับรัง" ที่สุด
การวางแผน วางงาน โดยใช้ระบบกระตุ้น เช่น การล่อคู่ ไม่ว่าจะแบบเลี้ยงรวมเพศผู้และเมีย หรือ
ล่อคู่กันแต่ละตัว บางคนก็กกไข่ หรือ ป้อนลูก ก็แล้วแต่ระบบของแต่ละคนที่เชื่อ และ ถนัด ครับ
ที่เมืองนอกเขาใช้ ระบบแม่หม้าย (Widowhood) คือตัวจุดระเบิด Peak ที่ดีที่สุด
จุดที่สำคัญคือ เราต้องศึกษาวิธีการของระบบพวกนี้ให้ดี เข้าใจถึงการดูแล สภาพจิตใจนก การให้อาหาร
อีกเรื่องก็การออกแบบกรงนกแข่งสำคัญมากๆ ควรมีกรงแยกที่ดี กล่องนกที่มากเพียงพอกับจำนวนนก
เพื่อการจดจ่อของนกกับคู่ของมัน มีความสงบ และ นกมีเวลาพักผ่อนได้เต็มที่เช่นกัน
3) สุขภาพดีมากๆ ระดับ Super Health:
เรื่องนี้สำคัญมากๆครับ นอกจากโภชนาการที่ดี การออกกำลังกายที่เหมาะสม
นกต้องปราศจากโรคแฝง โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ และ พยาธิ
นกที่สุขภาพแค่ "ดี" จะไม่มีทางไปถึงจุด "Peak"
" LISA " นกถ้วยพระราชทาน นกยอดเยี่ยมตัวเก่งของพี่โชคชัย พูนพล
ชนะ 2 ถ้วย และ ชนะ 9 รางวัล ในการแข่งขัน เป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่อง PEAK
นกตัวนี้บินแข่งชนะรวมทั้งหมด 22 รางวัล
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผม และ เพื่อนนักเลี้ยงนก 6-7 คนไปนั่งทานอาหารบ้านรุ่นพี่ที่เราเคารพรักกันมาตลอด
ก็มีบางท่านถามผมหลากหลายเรื่อง รวมถึงวิธีการหลายอย่าง
พอมาถึงคำถามเกี่ยวกับ "การถ่ายพยาธิ" ผมแนะนำว่าไม่ควรถ่ายพยาธิในช่วงแข่ง
โดยเฉพาะช่วงไกลๆที่สมาคมมักจะพัก 1 สัปดาห์ แล้วแข่งต่อ
ผมก็ได้แชร์ประสบการณ์ตรงของผม คือมีเย็นวันหนึ่งที่ผมได้ทานอาหารกับ
เซียนนกเบลเยี่ยมชื่อ Geert Philips และ เพื่อนของเขาอีก 2 - 3คน
เราคุยกันถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็ตกใจ และ แนะนำผมว่าไม่ควรทำแบบนั้นเพราะ "ฟอร์มนกจะหลุด" ไปได้
การถ่ายพยาธินกจะโทรม ผมก็เลยรีบโทรหา "พี่มด" ว่าหยุดห้ามถ่ายพยาธินะ และ เหมือนจะบังเอิญก็ว่าได้
จุดนั้นเจ้า VITCHUDA หนึ่งในนกตัวเก่งของผม มันมาชนะถ้วยพระราชทาน 2 ใบ 2 สมาคม และ
วันนั้นทีมนกผมมาได้ดีมากๆครับ
.jpg)
การถ่ายพยาธิผมทำเป็นช่วงๆไป จนถึงช่วงก่อนแข่งก็จะหยุด จากนั้นจะไม่มีการถ่ายพยาธิจนสิ้นสุดการแข่งขัน
..............................................................................................................................................................
เราจะรู้ได้อย่างไรว่านกเข้าสู่ช่วง Peak? นกส่งสัญญาณอะไรบอกเรา? :
สัญญาณทางกายภาพ และ พฤติกรรมที่ต้องสังเกตุ

กล้ามเนื้อหน้าอก (The Breast):
ต้องเป็นสีชมพูสดใส สะอาด ผิวตึงเปรี๊ยะ เมื่อกดเบาๆ จะรู้สึกถึงความยืดหยุ่นเหมือนมีลมสูบอยู่ข้างใน
น้ำหนักตัว (Weight) :
นกจะรู้สึก "เบา" ไม่หนัก เนื้อเต็มเมื่อจับดู นี่คือสภาวะที่มีพลังงานสูง แต่ ไร้ไขมันส่วนเกิน
อันนี้หมายถึง นกกินได้ดี และ ไม่ผอมนะครับ
จมูกและขอบตา:
ต้องขาวสะอาด (Chalky white) บ่งบอกถึงระบบทางเดินหายใจที่ดี ร่างกายสมบูรณ์ที่สุด
*** พฤติกรรม *** :
ผมขอเน้นเรื่องนี้ค่อนข้างมากนะครับ คือ
ถ้าเราเลี้ยงนก และ สังเกตุนกแต่ละตัวอยู่เป็นประจำ เราจะรู้จักนกแต่ละตัว นิสัย และ
เห็นวิวัฒนาการ และ การเปลี่ยนแปลง ของนกบางตัว
นกพอมันฟิตมาก รังสี AURA มันจะเปล่งออกมาเตะตาเรา
นกจะบินเล่นด้วยความคึกคะนอง บินเที่ยวเล่นนาน
นกบางตัวแยกตัวออกมาบินเดี่ยวด้วยความเร็วสูง หรือ บินไปตีปีกไปเสียงดังเปรี๊ยะๆ
เวลาอยู่ที่กรง โดยเฉพาะที่ช่อง สำคัญครับ นกจะคึกคะนองมากๆ ส่งเสียงดัง หวงช่วงนอนมาก
บินขึ้นลงถี่ขึ้น นกพวกนี้เวลายืนจะสง่าเป็นพิเศษ อกเชิด ปีกและขนนุ่ม เรียงสวยงาม แป้งขึ้นเยอะ
เวลาที่คุณเดินเข้าใกล้ นกจะแสดงอาการตอบสนองทันที เช่น การจิก ตีปีก หมุนตัว ส่งเสียงดัง
ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ช่วงแข่ง ยิ่งดัง ยิ่งมาก ยิ่งดี เลยครับ
ขอแชร์เจ้า VITCHUDA วันแข่งเชียงใหม่ พฤติกรรมมันเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เหมือนที่ผมเขียนไว้ข้างต้นครับ
ผมยังคงจำภาพของมันในตอนนั้น ยังคงติดตาผมอยู่เลยครับ มันคึก ยืนที่ช่องส่งเสียงกรู้แบบที่ผมไม่เคยเห็น
ผมบอกพี่มดว่า พรุ่งนี้นกตัวนี้น่าจะมาถ้วยได้
พี่มดมองหน้าผม ถามผมว่าเชื่อมั่นขนาดนั้นเลยเหรอ ผมบอกกับพี่มดว่า นกมันเปลี่ยนไปในทางที่ดีมากๆ
คึก ออร่ารัศมีมันเปล่งออกมาให้เราเห็นชัดมาก บอกเราว่า มันฟิตมากๆ และ
วันแข่งก็มาชนะที่ 1 ถ้วยพระราชทาน 2 ใบ 2 สมาคม
นกแข่งวันนั้นเยอะมากนะครับ และ เงินรางวัลก็เยอะมากๆ มันชนะห่วงทุกประเภท เที้ยง และ กุ๊
สุขภาพ :
แน่นอน เรื่องนี้สำคัญสุดๆ นกที่ฟิต Peak & Top Form มาจาก สุขภาพของตัวนกมันดีขึ้น

ขนนก :
คุณภาพของขนดี แป้งขึ้นจับมันเงา ดวงตาจะมีประกายแวววาว

ตานก :
ม่านตาจะขยับซูมเข้าออกอย่างรวดเร็ว และ ถี่กระชั้นเมื่อมีการขยับตัว หรือ
เมื่อมีสิ่งเร้า แววตาจะดูดุดัน มีชีวิตชีวา และ ดูฉลาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ความรู้สึกเหมือนมันกำลังจ้องมองและประมวลผลทุกอย่างรอบตัวตลอดเวลา ไม่ดูเหม่อลอย

กลยุทธ์การใช้วิตามิน และ ยา:
หลักการดูเหมือนง่าย แต่ก็ไม่ยากครับ คือ ให้ถูกตัว ถูกเวลา
A) ช่วงเตรียมความพร้อม (Medical Clearing)
ต้องเคลียร์นกให้สะอาดจากโรคทางเดินหายใจ โรคช่องปาก และพยาธิ ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 สัปดาห์ก่อนแข่ง
*ไม่ควรให้ยาปฏิชีวนะในช่วงสัปดาห์ที่แข่ง*
B) ช่วงเสริมประสิทธิภาพ (Performance Boosters)
วิตามินบีรวม (โดยเฉพาะ B12):
ช่วยเรื่องระบบประสาทและการนำออกซิเจนไปเลี้ยงเลือด

เกลือแร่ (Electrolytes):
สำคัญมากครับ บ้านเราอากาศร้อน ผมมักจะให้พร้อมกลูโคส
ให้ตอนนกบินลงกรง ซ้อม และ ทันทีที่นกกลับถึงกรงในช่วงแข่ง เพื่อป้องกันภาวะการขาดน้ำ
(ผมเคยเขียนความสำคัญของน้ำ ลองหาอ่านกันดูนะครับ)
...............................................................................................................................................................................................................................
การรักษาความ Peak ให้ยาวนานที่สุด: สิ่งที่ต้องระวัง
มาถึงเรื่องที่สำคัญของวันนี้ ปกติความ Peak จะอยู่ได้ 2-3 สัปดาห์
แต่หากบริหารจัดการดีๆ อาจลากไปได้ไกลกว่านั้นอีก โดยต้องระวังสิ่งเหล่านี้:
A) รางวัล :
ใครที่ทำระบบอะไรไว้ ต้องให้รางวัลทันทีเมื่อนกกลับนะครับ
เช่นใครล่อคู่ไว้ ให้นกกลับไปหาสิ่งที่นกรีบกลับมาเพื่อสิ่งนั้น รางวัลต้องมีทันทีนะครับ

น้ำกินต้องมีพวกกลูโคส และ อีเลคโตรไลท์ หลังจากพักหายเหนื่อยจริงๆ ค่อยให้อาหารเบาๆ
จากนั้น สำคัญมากๆคือนกต้องพักผ่อนให้เต็มที่ และ ให้ระวังการบินการซ้อมที่เร็วเกินไป และ บินมากเกินไป (Over-training):
B) ความนิ่งคือหัวใจ (Loft Stress):
นกแข่ง อย่าเปลี่ยนตำแหน่งกรง ช่อง กล่องของนก อย่าเพิ่มนกใหม่ และ ต้องรักษาความสงบในกรงให้มากที่สุด
.jpeg)
C) การระบายอากาศ:
นกที่ Peak จะมีความร้อนในร่างกายสูง กรงนกต้องถ่ายเทอากาศดีเยี่ยม
D) การอาบน้ำ:
ให้อาบน้ำหลังแข่งเพื่อฟื้นฟูร่างกาย และ คลายเครียด ปรกติวันจันทร์บ่าย หรือ อังคารตอนสายๆ
ให้เลี่ยงการอาบน้ำ 2 วันก่อนแข่งเพื่อรักษาสภาพขนให้พร้อม และ แป้งให้ขึ้นทันแข่ง

E) อาหาร และ แร่ธาตุ :
นกกลับจากการแข่งขัน อาหารควรเป็นพวกที่กินง่าย ย่อยง่าย เม็ดเล็กเยอะหน่อย
เช่น อาหารพวกChampion ก็ดีครับ
.jpg)

แร่ธาตุ สำคัญเช่นกันครับ พวก ALL IN ONE ของดีครับ

F) สุขภาพนก:
ข้อนี้สำคัญ โดยเฉพาะการแข่งนกทางไกล ให้สังเกตุว่าสภาพนกเป็นอย่างไร ฟื้นตัวได้ดี เร็วขนาดไหน
กินได้ดีขนาดไหน ขี้นกสังเกตดูว่ายังเละเทะ หรือ ปรกติ เป็นก้อนดีไหม?
พวกนี้มันฟ้องถึงสภาพ ความพร้อมสำหรับจุดต่อไป ถ้าไม่พร้อม อย่าเร่ง อย่ารีบ
พักอีก 1-2 วัน ดูว่านกฟื้นตัวดีขึ้นไหม?
โดยเฉพาะนกทางไกล หรือ วันที่นกเจอกับอากาศที่เสีย บินยาก ต้องระวังให้มาก
นกไม่พร้อม ไม่ต้องรีบซ้อม หรือ รีบแข่ง พักนกไว้ดีกว่าลากไปแข่ง

บทสรุป: จากคนเลี้ยงนก สู่ "โค้ช" นักกีฬา
จากการที่เราได้เรียนรู้เรื่อง นก PEAK นกฟิต คืออะไร? มีปัจจัยอะไร?
สัญญานอะไรที่นกเปล่งออกมาให้เราเห็น
และ อยากจะบอกว่า ชัยชนะที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการอัดยา หรือ วิตามินเข้าไปมากๆ
แต่เกิดจากการเป็น "นักสังเกต" ที่ดี การเข้าใจสภาวะ Peak ของนก
จะเปลี่ยนคุณจาก คนให้อาหารนก เป็นโค้ชที่คุมสภาวะร่างกาย และ จิตใจของนกที่เก่งที่สุด
อาจไม่ได้ชนะเสมอไป แต่ มาถูกทางครับ
นกที่ **"พร้อมที่สุด"** ในวันแข่งต่างหาก คือ นกที่จะคว้ารางวัลมาครอง!

สุดท้ายก่อนจาก เรื่องนี้อาจจะยาวหน่อยแต่ก็ไม่อยากแยกออกเป็น 2 ตอน
ทั้งหมดก็เป็น ศาสตร์แห่งการเข้าใจ และ รักษาความ Peak
การประคอง 'ท็อปฟอร์ม' นกพิราบแข่ง ให้อยู่ได้นานที่สุดเท่าที่เราจะทำให้กับนกได้ครับ
บทความดีๆมีหลากหลายในเว็บนี้ ท่านใดสนใจก็ลองดูนะครับที่นี่
www.francisloft.com
…………................................................................................................................



viratsopinpornraksa@gmail.com
Tel. 081-731-7625

