JustMakeWeb.com
รับทำเว็บไซต์
รับทำเว็บโรงแรม
รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์
ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว
,
ลงโฆษณาฟรี
VPS ราคาถูก
0
หน้าหลัก
Francisloft
สินค้าสำหรับขาย
บทความ/ข่าวสาร
สมัครสมาชิก
ติดต่อเรา
Francis Loft กรงนกพิราบแข่ง นกพิราบสำหรับทำพันธุ์ชั้นดีจากต่างประเทศ ในประเทศ และโปรแกรมบริหารกรงนก ทำเพดดีกรี
viratsopinpornraksa@gmail.com
Tel. 081-731-7625
หน้าหลัก
Francisloft
สินค้าสำหรับขาย
บทความ/ข่าวสาร
สมัครสมาชิก
ติดต่อเรา
แชมป์ปราณบุรี พบกับ แชมป์บึงกาฬ
2026-06-18 10:15:01 ใน
สรรสาระ
»
0
127
แชมป์ปราณบุรี พบกับ แชมป์บึงกาฬ
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาพี่นิวัติ เช็ค และ ภรรยา ได้มาเยี่ยมผมที่บ้าน ผมก็เลยแซวพี่เขาว่า
แชมป์ปราณบุรี (นิวัต เช็ค) พบกับ แชมป์บึงกาฬ
(Francis
Loft
)
ก็เป็นที่มาของชื่อเรื่องวันนี้ อาจจะเปลี่ยนแนวจากที่เคยเห็น แต่ ก็เป็นแค่ชื่อเรื่องนะครับที่เปลี่ยนไปหน่อย
แต่ หัวใจหลักก็ยังเหมือนเดิมคือ
" การแลกเปลี่ยนความรู้ และ แบ่งปันความรู้เรื่องนกกัน "
หลังจากผมได้พาพี่ทั้งสองท่านได้ชมบ้าน และ โดยเฉพาะชมของสะสมที่ส่วนใหญ่ มีเสื้อบอลที่หายาก
ทั้งหมดเป็นเสื้อลายเซ็น รองเท้า ฯลฯ มากมายของนักเตะดังๆของโลก
โดยเฉพาะแมนยู ผมสะสมมานานก็มีราวๆ 300 ตัว และ ของเล่น Super Hero ในอดีตที่หายาก
ซึ่งของสะสมเหล่านี้ มันมีเรื่องราวของตัวมันเอง และ ที่ผมได้มา
ก็ขออนุญาตลงภาพบางส่วนของสะสมให้ชมกันครับ
HALL OF FAME เสื้อลายเซนต์ LEGEND ของ - MANCHESTER UNITED
เสื้อลายเซนต์ LEGEND ของ MANCHESTER UNITED
เสื้อลายเซนต์ของ LIONEL MESSI
รองเท้า WAYNE ROONEY
รองเท้า DIEGO MARADONA
รองเท้าที่เซนต์โดย PELE, MARADONA และ ZIDANE
รองเท้าที่เซนต์โดย CRISTIANO RONALDO
รองเท้าคู่ที่ภาคภูมิใจที่ได้มา เซนต์โดย LIONEL MESSI พร้อมใบรับรองของแท้
จากนั้นเราก็ได้ไปชมนกพิราบที่ผมยังคงเก็บไว้ทำพันธุ์ แม้ไม่ได้แข่งเองมาหลายปีละ
แต่ผมยังคงรักษาสายเลือดนก สายพันธุ์ที่ตัวผมเองรัก และ แน่นอนเป็นพวกที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมประสบความสำเร็จไว้
ช่วงหลังๆก็มีบ้างที่ฝากเพื่อนแข่งแต่ก็ไม่กี่ตัวครับ
จากนั้นเราก็ได้คุยกันเรื่องนก และ ก็คุยกันว่าจะนำบางส่วนที่เราคุยกันมาลงในเว็บ
Francis
Loft
เพื่อเป็นการแบ่งปันความรู้กันได้บ้างครับ
ผมได้พูด และ เขียนในบทความอยู่เสมอว่า
การเลี้ยงนกพิราบแข่งไม่ใช่แค่เรื่องของ
“ โชคชะตา หรือ ความบังเอิญ ” แต่เป็น “ ศาสตร์ และ ศิลป์ ”
ที่ต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ ความทุ่มเท และ ทัศนคติที่ถูกต้อง
เอาละครับ มาเข้าเรื่องที่เราได้คุยกัน และ อยากจะมาเล่าสู่กันฟังครับ
1.
ศักดิ์ศรีแห่งสายเลือด: คุณค่าของการให้เครดิต
ความจริงที่ซับซ้อนในสายเลือด (The Complexity of Pedigree):
นกพิราบที่บินชนะ หรือ ไม่ชนะก็ตาม เชื่อได้เลยว่า มันไม่ได้เกิดจากสายเลือดเดี่ยวๆ ที่โดดเดี่ยว
แต่เป็นผลผลักดันจากพันธุกรรมที่หลากหลายผสมผสานอย่างลงตัว และ ในโลกแห่งความเป็นจริงสมัยนี้
เรามักเห็นค่านิยมที่บิดเบือน
บางคนเลือกที่จะเอ่ยถึงเพียงสายพันธุ์เดียว แล้วละเลยที่จะพูดถึงสายเลือดสมทบอื่นๆ
โดยเฉพาะแหล่งที่มาของนก เช่นมาจากกรงไหน เพื่อให้เครดิตกับต้นเหล่า
เราก็ได้คุยกัน และ วิเคราะห์เจตนา ว่ามันเป็น
"ความไม่รู้ หรือ ความตั้งใจ? พฤติกรรมเช่นนี้เกิดจากอะไร?"
ประการแรกอาจเกิดจาก
"ความไม่รู้จริง"
ขาดการศึกษาประวัติอย่างลึกซึ้ง ไม่รู้เลย เขาบอกอะไรมาก็ตามนั้น
หรือ ประการต่อมาคือ
"ความตั้งใจที่จะปิดบัง"
เพื่อสร้างกระแสให้กรงของตัวเองดูสำคัญ เป็นผู้ให้กำเนิดสายพันธุ์
แต่เพียงผู้เดียว หรือ เพื่อผลประโยชน์บางอย่างก็แล้วแต่
เราอยากจะเห็นทัศนคติที่ดี ชื่นชมกับผู้ชนะ รวมถึงการเข้าใจในตัวนกที่ลึกซึ้ง ทั้งสายพันธุ์
รวมถึงเครดิตผู้สร้างต้นน้ำเช่นกัน
“มันไม่ควรเป็นความลับอะไร เพราะ นกสายพันธุ์เดียวกัน พ่อแม่ตัวเดียวกัน
มันไม่ได้การันตีว่านกจะต้องชนะไปหมดทุกตัว”
จงเป็นนักศึกษาประวัติศาสตร์ ก่อนจะเคลมชัยชนะ
จงกางใบประวัติออกมาดูให้ถ่องแท้ ทำความเข้าใจ นอกจากชื่อนก ชื่อกรง
นกตัวหนึ่ง มันมีอะไรให้ศึกษา ให้พูดถึงมากมาย เราควรต้องเรียนรู้
การชื่นชมคนชนะ ยกย่องคนสร้าง ชัยชนะบนแท่นรางวัลแน่นอนเป็นของคนเลี้ยงในวันนี้
แต่เกียรติยศ และ เสียงปรบมือบางส่วนควรมีส่งกลับไปถึงผู้ที่แบ่งปันสายพันธุ์มาให้
การให้เครดิตอย่างตรงไปตรงมาควรมี แบบที่เรามักเห็นฝรั่งเขาทำกันในใบเพดดีกรี
ที่เขาระบุว่านกมาจากใคร? ที่เราต้องไม่ลืมให้เครดิต
เชื่อเถอะครับเพียงส่งสัญญาน คุณบอกกับคนที่แบ่งปันให้นก ว่านกที่ได้ไปนั้นมัน
ให้ลูกหลานดีนะครับ คนให้ย่อมร่วมดีใจ มีความสุขร่วมกันกับคุณคนชนะครับ
อีกจุดที่ลืมไม่ได้เลยคือ การชื่นชม ยกย่อง ให้เกียรติกับเทรนเนอร์ คนเลี้ยง และ ทีมงาน
เชื่อเถอะครับคนกลุ่มนี้ มีความสำคัญมากๆ ที่ปั้นให้นกมาได้ดี จนถึงเก่งมากๆ
ที่ 1 ปราณบุรี ของ พี่นิวัติ สายพันธุ์ Koopman ของคุณมงคล OSK
ส่วนจะเป็น Koopman สายไหน รอพี่นิวัติได้ข้อมูลมาก็จะ Update ให้อีกทีครับ
นกตัวนี้ส่งแข่งโดยใช้ระบบกกไข่ นกตัวนี้ตีนเปล่าแต่ มีทีเด็ดคือ ตัวขาวด้านล่างครับ
นกสีขาวตัวนี้มาที่ 10 กินห่วงตัวแรกครับ เป็นนกพันธุ์สาย
White
Francis
ที่ผมให้พี่นิวัติ
ไปเข้ากับนกพี่สมบูรณ์ มาที่ 10 กินห่วงตัวแรกครับ รอพี่นิวัติมา Update ให้อีกทีครับ
และ ระบบที่ใช้แข่ง ชัดเจนตามภาพเหมือนตัวที่ 1 คือ ล่อคู่กกไข่
อีกหนึ่งตัวอย่างคือ PEDIGREE ของกรง JAN HOOYMANS
เราจะเห็นเครดิตต้นเหล่ามาจากนกหลายๆกรง เช่น เพดดีกรีของ " BRAVE HARRY " ที่มีสายเลือดมากมายในตัวเช่น
Koopman, Gaby, Leo Heremans, C.v.d.Watering, Gust Jansen, A.S., Houben, Versteeg-Ouwerkerk
2. ถอดสูตรสำเร็จ "ฟุตบอลโลก" สู่ "การบริหารกรงนก"
พี่นิวัติ และ ผมเองเป็นคนที่ชอบฟุตบอล และ เรื่องราวในโลกของฟุตบอล และ
เราได้คุยกันเรื่องผลแข่งบ่อยมากๆ โดยเฉพาะทีมรักแมนยู และ ในช่วงเวลาของการแข่งขันฟุตบอลโลก
เราก็คุยกันว่า เราสามารถเปรียบ และ นำวิทยาการ และ ระบบการจัดการทีมกีฬา
มาผูกโยงกับการพัฒนาศักยภาพของนกพิราบแข่งได้อย่างน่าอัศจรรย์
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ประเทศญี่ปุ่น หรือ เกาหลีใต้ สมัยก่อนในเชิงลูกหนัง ผลงาน เราแทบไม่ได้ให้ความสนใจ
แต่ปัจจุบันพวกเขาสามารถเข้ารอบลึกๆระดับฟุตบอลโลกเป็นขาประจำ และ โชว์ฟอร์มได้อย่างสง่างาม
มีทรงบอลที่ดี ทีมเวิร์กยอดเยี่ยม นักเตะมีความอึด ความอดทน และ เก่งจนได้ไปค้าแข้งในลีกชั้นนำของยุโรปมากมาย
นั่นมาจากแผนการที่ดี มีความละเอียดในทุกภาคส่วน เป้าหมายที่ชัดเจน
ทีม
SAMURAI BLUE
ญี่ปุ่น
หรือ แม้กระทั่งทีมจากหมู่เกาะเล็กๆอย่าง Cabo Verde ที่มีประชากรไม่ถึงห้าแสนคน
แต่กลับวางแผนจนสามารถยันเสมอทีมเต็งหนึ่งอย่างสเปนได้ ทีมคองโกสามารถยันเสมอโปรตุเกสได้ หรือ
ทีมโมร็อกโกที่สู้กับบราซิลได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ไม่กลัวศักดิ์ศรีอดีตแชมป์โลก 5 สมัยเลย
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องฟลุก แต่เกิดจากการวางแผนระยะยาวอย่างเป็นระบบของสมาคมฟุตบอล
หากเปรียบตัวเราเป็นเจ้าของกรงนก เราก็คือ
"ผู้จัดการทีม" เลยไปถึง "ประธานสโมสร"
ก็ได้
ที่เราต้องมีแผนงานในการสร้างทีมงาน สร้างสายพันธุ์ที่ชัดเจน ต้องกำหนดแผนการ หาลักษณะของนกที่ต้องการ
ให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ ระยะทาง และ ทิศทางการแข่งขัน
(ไม่ว่าจะเป็นสายเหนือ ใต้ อีสาน หรือ แม้เเต่ One Loft Race)
ที่เหมาะกับทำเลของตนเอง ซึ่งนกแต่ละสายย่อมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในความเร็ว
สู้อากาศ การสู้ลม สู้ฝน เก่ง และ เด่นในระยะทางใด เช่น ใกล้ กลาง จนถึง ไกลดี
อันนี้สำคัญมากที่เราต้องเรียนรู้ เข้าใจให้ลึกซึ้ง และ เพิ่มเติมคือ เราควรเจาะลึกถึงนกที่ได้มา
ว่านกเหล่านี้เจ้าของเขามี วิธีการเลี้ยง มีเทคนิคที่นกเก่ง นกชอบอย่างไรด้วยเช่น
การล่อคู่ ป้อนลูก ซ้อมหนัก ซ้อมบ่าย ฯลฯ
ในสนามแข่งระดับสากล ทุกกรงต่างคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาประชันกัน ดังนั้นเมื่อลงสนาม จงทำตัวเป็นนักสู้
เรารู้ว่าเรามีความได้เปรียบตรงไหน จงใช้จุดเด่นนั้นสู้ให้เต็มที่ และ พัฒนาจุดด้อยอย่างไม่ยอมแพ้
อย่ามัวแต่คิดว่ากรงใหญ่ หรือ คนรวยกว่าจะชนะเสมอไป มันไม่จริงเสมอไป และ เห็นมาเยอะครับ
เพราะ แผนงาน และ การเตรียมตัวที่ดีย่อมสร้างปาฏิหาริย์ได้เสมอ
คนที่ชอบส่งแบบ
One Loft Race
การหานกพันธุ์ก็ต้องศึกษา ให้ความสำคัญที่อาจะมีส่วนที่แตกต่างกับ
นกแข่งที่กรงบ้างก็เป็นได้ นก OLR ก็มีลักษณะเฉพาะ จุดเด่น และ ก็มีเทคนิค
3. ชัยชนะและถ้วยรางวัล: ค่านิยมและเป้าหมายที่ต้องยึดมั่น
ในยุคปัจจุบัน ค่านิยมบางอย่างในวงการอาจเริ่มบิดเบือนไป เรามักเห็นผู้คนตั้งเป้า ร่วมแสดงความยินดี และ
ชื่นชมกับผู้ที่ชนะเงินรางวัลจำนวนมาก แม้ว่านกตัวนั้นจะติดอันดับอยู่กลางตาราง หรือ ท้ายตารางก็ตาม
ในทางกลับกัน ผู้ที่ชนะถ้วยรางวัลชนะเลิศอันดับที่หนึ่งแต่ไม่ได้ลงขันพนัน ตีนเปล่า กลับได้รับความสนใจน้อยลง
จริงอยู่ว่าเงินทองเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต หล่อเลี้ยงกรง แต่เราต้องถามตัวเองว่า
"เราเลี้ยงนกแข่งเพื่ออะไร?"
เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ และ สง่างามที่สุดของคนเลี้ยงนกคือ
ชัยชนะ เกียรติยศ และถ้วยรางวัล
ค่านิยมหลักของการเลี้ยงนกพิราบแข่งควรจะเอา
ความเร็ว และ ความเป็นแชมป์เป็นเป้าหมายสูงสุด
เกียรติยศของการยืนบนจุดสูงสุดของตารางคือ เครื่องพิสูจน์ความสามารถในการพัฒนาสายพันธุ์
การเลี้ยง และการฝึกซ้อมที่เงินก็ซื้อไม่ได้ และ
นั่นคือ คุณค่าที่แท้จริงที่พวกเราควรช่วยกันรักษา และ ชื่นชม
4. บริหาร "สิ่งที่ควบคุมได้" เพื่อเอาชนะ "สิ่งที่ควบคุมไม่ได้"
สัจธรรมของการแข่งขันคือ มีสิ่งที่เราควบคุมได้ และ ควบคุมไม่ได้
สิ่งที่เราควบคุมได้โดยสมบูรณ์คือ การบริหารจัดการภายในกรง การดูแลเอาใจใส่ สุขอนามัย และ
โภชนาการที่ถูกต้อง ซึ่งเราต้องทำให้ดีที่สุด
แต่เมื่อนกออกจากกรงไปแล้ว สภาพลม ฟ้า อากาศ สภาพภูมิประเทศ และเส้นทางบิน
คือสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้เลย แต่เราก็ไม่ควรเสี่ยงถ้าพยากรณ์อากาศไม่ดี
พลาดไปกลับมา นกป่วย นกโทรม มันเลี้ยงยากโดยเฉพาะในช่วงแข่งขัน
แนวทางแก้ไขที่พวกเราได้คุยกันคือ เราต้องสร้างความพร้อมให้นกเพื่อเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดฝันเหล่านั้น
ผ่าน "การฝึกซ้อมที่อดทน และ ชาญฉลาด" เช่น การซ้อมปล่อยนกทีละ 1 หรือ 2 ตัว
เพื่อบังคับให้นกเรียนรู้การตัดสินใจหาเส้นทางบินกลับด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งพาฝูงใหญ่ หรือ
การฝึกซ้อมนอกเวลาปกติ เช่น การปล่อยซ้อมในช่วงบ่าย หรือ ช่วงเย็น
เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแดดที่ร้อน และ อุณหภูมิที่แตกต่าง
การฝึกฝนในลักษณะนี้จะช่วยสร้างเส้นทางความคุ้นเคย และ ความอึดทรหดในตัว ในใจนก
ทำให้นกพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์หน้างานที่เราควบคุมไม่ได้
แต่ที่สำคัญคือไม่ควรเสี่ยง เลี่ยงได้ก็เลี่ยง ไม่ซ้อม ไม่แข่ง จุดนึง ดีกว่าการสูญเสียที่อาจเกิด
บทสรุป
ความสำเร็จที่ยั่งยืนในการพัฒนา และ เลี้ยงนกพิราบแข่ง ไม่ได้วัดกันที่เม็ดเงินระยะสั้น
แต่วัดกันที่ความลึกซึ้งในการศึกษา และ ซื่อสัตย์ต่อประวัติสายพันธุ์ การบริหารจัดการ
การวางแผนอย่างมีระบบ ราวกับการทำทีมฟุตบอลระดับโลก
ทัศนคติของนักสู้ที่มุ่งมั่นสู่เกียรติยศบนถ้วยรางวัลชนะเลิศ ทุกรายละเอียดที่เกิดขึ้น
จะจำแนก
"มือสมัครเล่น" ออกจาก "แชมป์เปี้ยนที่แท้จริง"
คำคมประจำวัน:
"เงินรางวัลอาจสร้างความมั่งคั่งในวันนี้ แต่เกียรติยศบนถ้วยรางวัล และ
ความซื่อสัตย์ต่อสายพันธุ์ จะสร้างตำนานที่คนยอมรับตลอดไป"
รายละเอียดของเจ้า DOOMSDAY คลิกไปที่ภาพนกด้านบนเพื่ออ่านต่อได้ครับ
DOOMSDAY ที่ 1 บึงกาฬ 2026 ชัยชนะในวันที่การแข่งขันโหดมาก
และ เป็นปีที่การแข่งเต็มไปด้วยความยากลำบาก
สุดท้ายก่อนจาก บทความนี้ผมและพี่นิวัติ ก็แชร์ให้อ่านกัน จากที่เราได้คุยกัน และ
ถ้ามีบางส่วนให้เราได้ส่งเสริม มีมุมคิดทีช่วยกันพัฒนาขึ้น ก็บรรลุในใจเราแล้วครับ
บทความดีๆมีให้ศึกษา เรียนรู้ กันมากมาย หาอ่าน หรือ ติดตามกันได้ที่
www.
francis
loft
.com
Copyright © 2026 www.francisloft.com All right reserved.