“โอลิมปิกนกพิราบแข่ง” (FCI Olympiad)
สวัสดีครับ
มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเขียนแบบละเอียดมากขึ้นให้เราได้เข้าใจกันลึกซึ้ง ก็เป็นเรื่องของ
“ โอลิมปิกนกพิราบแข่ง ” (FCI Olympiade)
เรื่องนี้อาจจะยาวหน่อย ตอนแรกก็คิดว่าแยกเป็น 2 ตอน แต่ดูแล้ว ม้วนเดียวจบเลยดีกว่า อ่านกันที่เดียว จอนเดียวจบ
โลกของ กีฬานกพิราบแข่ง ถ้าจะนับว่างานไหนยิ่งใหญ่ที่สุด ได้รับการยอมรับในระดับสากลมากที่สุด งานนั้น คือ
“ โอลิมปิกนกพิราบแข่ง ” (FCI Olympiade)

มาครับ วันนี้ผมจะพาพวกเราไปรู้จักกันว่า งานนี้คืออะไร? และ มันสำคัญอย่างไร?

โปสเตอร์งาน Olympiade ครั้งที่ 39 จัดที่เมือง Dortmund ประเทศเยอรมัน
ที่มา และ องค์กรผู้ขับเคลื่อนระดับโลก (FCI)
ในโลกของคนเลี้ยงนกพิราบแข่ง การแข่งขันที่ถือเป็นจุดสูงสุดของเกียรติยศ และ
เป็นความฝันของนักเลี้ยงทั่วโลกคือ "Olympiade" (โอลิมปิกนกพิราบแข่ง)
ซึ่งเปรียบเสมือนโอลิมปิกเกมส์ของมวลมนุษยชาติ
องค์กรที่เป็นผู้จัดทำและควบคุมดูแลคือ
FCI (Fédération Colombophile Internationale)
หรือ สหพันธ์นกพิราบแข่งนานาชาติ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์
ประเทศเบลเยียม (ดินแดนต้นกำเนิดของกีฬานี้)

* ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1937 (พ.ศ. 2480)
* ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
* ทำหน้าที่ควบคุมมาตรฐานสากล กฎการแข่งขัน การต่อต้านสารโด๊ป และ การจัดงานโอลิมปิก ฯลฯ

จากภาพด้านบนก็เป็นสถิติที่ทาง FCI สื่อถึงสมาชิก และ คนเลี้ยงนกได้ทราบกันว่า
- ห่วงจำหน่ายไป 50 ล้านห่วง (ขายให้สมาชิก และ เป็นห่วง FCI Footrings)
- มีสมาชิก 74 สมาพันธ์
- มีคนเลี้ยงนกประมาณ 0.75 ล้านคน
- มีการแข่งขันทั่วโลก 7800 ครั้ง

3 บริษัทที่ประกาศ และ รับรอง โดย FCI ว่าเป็นผู้ผลิตห่วงของ FCI Rings อย่างเป็นทางการ


FCI ประกาศว่าบริษัทที่ระบุด้านบนนี้เท่านั้นที่รับรองใช้ในการตัดสิน ไม่ว่าจะนาฬิกา ระบบการตัดสิน และ ชิปริง
ความถี่ในการจัดงาน และ ระบบเจ้าภาพ
* ความถี่:
จัดขึ้นทุก ๆ 2 ปี (มักจัดในเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดฤดูการแข่ง และ นกผลัดขนสมบูรณ์เต็มที่)
* การเลือกเจ้าภาพ:
ประเทศสมาชิกต้องยื่นแผนงาน (Bidding) ต่อคณะกรรมการบริหารของ FCI
โดยพิจารณาความพร้อมของสถานที่จัดนิทรรศการ ระบบกักกันโรค และ สัตวแพทย์
รวมถึงความสะดวกในการเดินทาง
ช่วงหลังที่เพิ่มเติมคือ นกที่เข้าร่วมงานนั้น
มีความสะดวก ปลอดภัย ทั้งที่จะส่งไป นำเข้า และ ส่งออกกลับได้ หรือไม่?
กฎเกณฑ์ของบางประเทศอาจจะไม่เอื้ออำนวยก็เป็นได้

สำหรับการจัดงาน Olympiade ครั้งต่อไปจะเป็นการจัดครั้งที่ 40 จัดที่ โปรตุเกส เมือง Averio (อาเวย์รู)
เมืองนี้ดีครับ คนเลี้ยงนกมากมาย เดินทางสะดวก เมืองสวยงามเปรียบเสมือนเวนีซแห่งโปรตุเกส
เกล็ดเล็กๆเล่าสู่กันฟังครับ ในเอเชียเราทาง FCI เคยจัดงาน Olympiade ครั้งเดียวครับ
จัดที่ประเทศญี่ปุ่น ปี 1981



มาตรฐาน และ การคัดเลือกกรรมการ (FCI Judges)
กรรมการที่จะทำหน้าที่ตัดสินในระดับโอลิมปิกมีมาตรฐานที่เข้มงวดมาก ไม่ได้เลือกมาจากความชอบส่วนตัว:
1. ต้องเป็นกรรมการที่ได้รับการรับรองระดับชาติ (National Judge) จากประเทศสมาชิกมาก่อน
2. ต้องผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทาง และ สอบข้อเขียน/ปฏิบัติของ FCI (FCI Standard Judge Exams)
เพื่อปรับเกณฑ์การให้คะแนนให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน
3. ในการตัดสินจริง นกแต่ละตัวจะถูกตรวจเช็กโดยกรรมการหลายคนจากต่างประเทศ
เพื่อป้องกันความลำเอียง (Bias) และ ห้ามกรรมการตัดสินนกที่มาจากประเทศของตนเองเด็ดขาด
ประเภทการประกวดและเกณฑ์ตัดสิน (แพ้-ชนะ ดูกันตรงไหน?)
ในงานโอลิมปิกนกพิราบจะแบ่งการตัดสินออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ซึ่งใช้เกณฑ์วัดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
คือ Sport Category (สายความเร็ว) และ Standard Category (สายความสวยงามทางพันธุกรรม)
Sport Category (ประเภทสถิติการบิน และ ความเร็ว)
ประเภทนี้ไม่ดูหน้าตานก แต่วัดกันที่ "ประวัติการบินจริง (Track Record)"
ในการแข่งขันระดับชาติ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (Qualifying Period)
โดยไม่มีการแยกเพศตัวผู้-ตัวเมีย (Open Gender) แต่จะมีการแยกกลุ่มตามระยะทางและอายุนก ดังนี้:
* Category A (Speed / ทางสั้น): ระยะทาง 100 - 400 กม. (ใช้นัดที่ดีที่สุด 10 นัด)
* Category B (Middle Distance / ทางกลาง): ระยะทาง 300 - 600 กม. (ใช้นัดที่ดีที่สุด 8 นัด)
* Category C (Long Distance / ทางไกล): ระยะทางเกิน 500 กม. ขึ้นไป (ใช้นัดที่ดีที่สุด 6 นัด)
* Category D (All-Round / รวมทุกระยะ): วัดความรอบด้านทั้งทางสั้น กลาง ไกล (รวม 11 นัด)
* Category E (Marathon / มาราธอน): ระยะทางโหดพิเศษ เกิน 700 หรือ 800 กม. ขึ้นไป
(ใช้นัดที่ดีที่สุด 4 นัด)
* Category F (Young Pigeons / นกเด็ก): สำหรับนกที่เกิดและแข่งในปีล่าสุดก่อนงานโอลิมปิก
(ใช้นัดที่ดีที่สุด 3 นัด เกิน 100 กม.)
* Category G (Yearlings / นกปีเดียว): สำหรับนกอายุ 1 ปีเต็ม
(ใช้นัดที่ดีที่สุด 5 นัด เกิน 100 กม.)
ผลการตัดสินผู้ชนะ OLYMPIADE 2026 ในแต่ละประเภท
Category A

Category B
.jpg)
Category C

Category D

Category E

Category F

Category G

Standard Category (ประเภทความสมบูรณ์ตามมาตรฐานสายพันธุ์)
ประเภทนี้ผมจะไม่เน้นเนื้อหาอะไรมากนัก คร่าวๆก็ คืองานประกวดสรีระ สวยงาม และ ความสมบูรณ์พันธุ์
แต่นกที่จะส่งแข่งได้ต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำในการบินในสนามจริงมาแล้ว
(เช่น บินสะสมระยะทางผ่านเกณฑ์ที่ FCI กำหนดในรอบ 2 ปี)
หมวดนี้จะแยกเพศและอายุชัดเจน (นกพ่อพันธุ์, นกแม่พันธุ์, นกหนุ่ม, นกสาว)
โดยมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน แบ่งเกณฑ์พิจารณาดังนี้:
1. ลักษณะหัวและดวงตา: โครงสร้างกะโหลกต้องสมมาตร แววตาคมชัด แสดงออกถึงความฉลาดและตื่นตัว
2. โครงสร้างกระดูก (Bone Structure): กระดูกอกแข็งแรงไม่คดงอ กระดูกตะเกียบชิด สนิท และแข็งแรง
3. สรีระรวมและกล้ามเนื้อ: รูปร่างเป็นทรงหยดน้ำ (Aerodynamic) กล้ามเนื้ออกแน่น นุ่ม ยืดหยุ่น ไม่หนาเทอะทะ
4. ความสมบูรณ์ของปีกและขน: ขนเนียนนุ่มเหมือนเส้นไหม มีผงแป้งเคลือบดี ขนปลายปีกเรียงตัวสวยไม่มีรอยหัก
5. ความประทับใจโดยรวม (Harmony): ความสมดุลของตัวนกเวลาจับ การยืนทรง และความสง่างาม
เจาะลึกสูตรคำนวณ “ค่าสัมประสิทธิ์” (Coefficient) ของสาย Sport
จุดนี้เป็นจุดที่สำคัญมากที่สุด และ เป็นมาตราฐานการตัดสิน ที่เกิดจากการคำนวนแบบมีเหตุผล
เป็นที่ยอมรับกันในระดับสากลมาตลอด
อย่างเช่น ในคำถามที่ว่าเพราะเหตุใดนกที่ได้อันดับ 1 ในสนามเล็ก
จึงไม่สามารถเคลมว่าเก่งกว่านกที่ได้อันดับ 3 ในสนามใหญ่ได้?
FCI จึงใช้สูตรคณิตศาสตร์ มาคำนวณหาค่าสัมประสิทธิ์ (Coefficient หรือ Coeff)
เพื่อชดเชยสัดส่วนจำนวนคู่แข่ง โดยมีหลักคิดคือ
** " ยิ่งได้ตัวเลขน้อยเท่าไหร่ ยิ่งชนะ! " **
สูตรการคำนวณนัดต่อนัด:
[อันดับที่นกบินได้ x 1000] / จำนวนนกที่ส่งเข้าแข่งขันทั้งหมดในนัดนั้น
*หมายเหตุ: การคำนวณต้องคิดแยกจริงหน้างานของแต่ละนัด (หน้าตะกร้าวันนั้น) คิดนัดใครนัดมัน
แล้วจึงนำผลลัพธ์ทศนิยมของแต่ละนัดมารวมกัน ไม่มีการนำจำนวนนกมาหาค่าเฉลี่ยก่อนเด็ดขาด*
การเปรียบเทียบคำนวณ:
* นกตัวที่ 1 (สนามเล็ก): บินได้อันดับที่ 1 จากนก 500 ตัว
-> คำนวณ: (1 x 1000) / 500 = 2.000
* นกตัวที่ 2 (สนามใหญ่): บินได้อันดับที่ 5 จากนก 5,000 ตัว
-> คำนวณ: (5 x 1000) / 5,000 = 1.000
*สรุปผล:* นกตัวที่ 2 ชนะ! เพราะได้ค่าสัมประสิทธิ์ 1.000 ซึ่งน้อยกว่า 2.000
เนื่องจากมันสามารถเอาชนะคู่แข่งหมู่มากได้มากกว่า
หลักการก็ไม่ได้ยากอะไร คือ ในความเป็นจริงมันต้องมีหลักคิด หลักการคำนวน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันได้หมด
สูตรการคำนวนนี้เขายึดถือกันเป็นมาตราฐานสากลกันมานานมากแล้ว
ใช้เป็นบันทัดฐานในการคำนวนหานกที่เก่งที่สุด ตามแบบ FCI Olympiade
อย่างพวก นกยอดเยี่ยม Ace Pigeon
ก็ต้องนำมาคำนวณ หาค่าสัมประสิทธิ์ (Coefficient หรือ Coeff)
ในแต่ละจุดแข่งก่อน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมของนกแต่ละตัว


กฎเหล็กล็อกโควตาของหมวด All-Round (Category D)
หมวด All-Round บังคับให้ใช้ผลงานที่ดีที่สุด 10-11 นัด
โดย FCI มีกฎล็อกโควตาระยะทางเพื่อความยุติธรรม ป้องกันไม่ให้นักเลี้ยงเลือกแต่ระยะทางที่ตนเองได้เปรียบ
โดยบังคับสัดส่วนระยะทางใน 11 นัดไว้ดังนี้:
* กลุ่มทางสั้น (100 - 400 กม.):
บังคับเลือก 3 ถึง 5 นัด (นกหนาแน่น ตัวหารเยอะ คะแนนตุนดี)
* กลุ่มทางกลาง (300 - 600 กม.):
บังคับเลือก 3 ถึง 5 นัด
* กลุ่มทางไกล (เกิน 500 กม.):
บังคับเลือก 1 ถึง 3 นัด (จุดปราบเซียน นกน้อย ตัวหารน้อย ค่า Coeff ดีดสูง
แต่ถ้านกตัวไหนรักษาฟอร์มอยู่หัวแถวได้ คะแนนรวมจะไม่เสียหาย)
ทำไมไม่เอาระยะทางอากาศ (กิโลเมตร) มาคำนวณร่วมด้วย?
เนื่องจากความยาก - ง่ายในแต่ละแมตช์ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ (กระแสลมและทัศนวิสัย)
ไม่ใช่ระยะทางเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ในสนามเดียวกัน นกแต่ละกรงจะถูกคำนวณระยะทางอากาศ
ชดเชยออกมาเป็น "ความเร็วเฉลี่ย (เมตร/นาที)" เพื่อจัดอันดับอยู่แล้ว
FCI จึงยึด " อันดับที่เอาชนะคู่แข่งในสภาวะหน้างานเดียวกัน " เป็นตัวตัดสินที่แฟร์ที่สุด
กฎเหล็กควบคุม “อายุ และ ห่วงขานก” ป้องกันการทุจริต
เพื่อป้องกันการเพาะนกล่วงหน้า แล้วนำมาสวมสิทธิ์แข่งในรุ่นนกเด็ก FCI มีระบบล็อกความแฟร์ 3 ชั้น:
1. กฎการล็อกวันจำหน่ายห่วงขา:
สมาคมสมาชิกทั่วโลก ห้ามจำหน่ายห่วงขาประจำปีนั้น ๆ ก่อนวันที่ 1 มกราคมเด็ดขาด
2. ธรรมชาติของขานก:
ห่วงขาโอลิมปิกสากลเป็น "ห่วงปิด" (Closed Ring) จะสวมเข้าขานกลูกนกได้เฉพาะ
ช่วงอายุ 5-7 วันแรกหลังฟักออกจากไข่เท่านั้น เมื่อเลยกำหนดกระดูกจะแข็ง
และ ไม่สามารถสวมห่วงเข้าไปได้อีกตลอดชีวิต
3. ระบบสีสากลระบบเดียว (Unified International Ring Colors):
FCI กำหนดให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกใช้ห่วงจากผู้ผลิตที่ทาง FCI ประกาศ และ
จะมีการกำหนดสีห่วงเดียวกันหมดในแต่ละปี โดยวนลูปทุก ๆ 5 ปี
(เช่น ปี 2024 สีขาว, ปี 2025 สีเหลือง, ปี 2026 สีน้ำเงิน/ฟ้า)
นกที่จะส่งแข่ง Olympiade จะมีการเช็คเรื่องห่วง และ
ถ้าไม่อยู่ในข้อกำหนดห่วงที่เขากำหนดไว้ทั้งผู้ผลิตและสี จะถูกตัดสิทธิ์ครับ
.jpg)
งาน OLYMPIADE มีอะไรบ้าง?
ในงานโอลิมเปียดมีหลากหลายเรื่องที่อยู่ในงานนี้
ในแง่ของคณะกรรมการก็จะมีการประชุม ผมเองก็เคยเข้าร่วมประชุม 2 ครั้ง
ที่เบลเยี่ยมปี 2007 และ เยอรมัน ปี 2009
ก็จะมีเรื่องราวที่ ทาง FCI แจ้งทางประเทศสมาชิก กฎเกณฑ์ ข่าวสาร ขอมติที่ประชุม
รวมถึงชาติที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพก็จะยื่นแผนงาน (Bidding) ต่อคณะกรรมการบริหารของ FCI

ในส่วนที่ผู้คนสนใจมากที่สุดก็คือ ผลการตัดสินว่านกตัวไหน? ของใคร?
จะเป็นแชมป์ Olympiade ในแต่ละประเภท
ผู้คนก็เดินชมนกเก่งๆกันเพลินเลย
อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้คนสนใจมากที่สุดก็เป็นการเดินชม ซื้อสินค้าจากร้านค้าต่างๆ
ร้านค้าก็นำเสนอสินค้าของตนเอง ผลิตภัณฑ์มากมายมาขายในงาน ไม่ว่าจะ
นก ยา วิตามิน อาหารนก กรงนก หนังสือ นิตยสาร และ อุปกรณ์สารพัด เกี่ยวกับนกพิราบแข่ง
คนเลี้ยงนกชอบเดินชมกันมากมายครับ ผมเองก็ชอบมากๆครับ




เงื่อนไขที่สำคัญที่สุดในการได้รับการจัดอันดับในการแข่งขันโอลิมเปียด (Olympiade) คือ
นกพิราบจะต้องมาปรากฏตัวในงานจริง ประเทศเนเธอร์แลนด์ประสบปัญหาเรื่องคำสั่งห้ามรวมกลุ่มนก
เนื่องจากไข้หวัดนก แต่นกพิราบส่วนใหญ่ก็ยังคงมาร่วมงานได้
เนื่องจากผู้เลี้ยงนำนกพิราบมาส่งที่เมืองดอร์ทมุนด์ด้วยตัวเอง
ในทางกลับกัน นกพิราบเบลเยียมจำนวนนึงกลับไม่มาร่วมงานอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งอาจเป็นเพราะนกพิราบเหล่านั้นไม่อยู่แล้ว (สูญหาย หรือ ถูกขายไป) หรือ
ไม่ก็ตัวผู้เลี้ยงเองที่ตัดสินใจไม่ส่งนกพิราบของตนเข้าร่วมประกวด

ในอีกแง่มุมนึงซึ่งหนีไม่พ้นในโลกของธุรกิจ การเลี้ยงนกของคนจำนวนมาก
บางคนก็อาจจะเป็นงานอดิเรก บางคนก็เลื่อนชั้นทำเป็นอาชีพก็มีเยอะ
ดังนั้น ทุกคนล้วนตั้งใจเลี้ยงนกให้เก่ง และ เวทีที่จะประกาศว่าเขาเก่งจริงๆ
ระดับโลกนั้นคือ Olympiade ครับ เราจะสังเกตุเห็นได้ว่านกที่เข้าเวที
Olympiade ได้ ชนะได้ เขามักจะมีชื่อนำหน้าชื่อของนกด้วย
Olympic หรือ Olympiade เช่น



สุดท้ายก่อนจากกัน
เรื่องนี้ก็จะยาวหน่อย แต่ คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่สนใจนกพิราบแข่ง
และ เพิ่มระดับความเข้าใจของตัวเองในเวทีโลกว่า เขาคิดกันอย่างไร ตัดสินกันอย่างไร
และ มีอะไรที่ต้องอยู่ในกรอบที่นานาชาติเขาทำกัน
เรื่องราวดีๆแบบนี้มีให้อ่านกันอีกมากมายที่ www.francisloft.com ครับ



viratsopinpornraksa@gmail.com
Tel. 081-731-7625

